วันนี้พี่ดวงเฮง พาเพื่อนๆ มารู้จักกับตำนานผีฟ้า ที่คนโบราณทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำกันเป็นประเพณีตกทอดกันมาถึงปัจจุบัน 🙂

ตำนานผีฟ้า
ผีฟ้า หรือ ผีแถน นั้นชาวอีสานมีความเชื่อว่าเป็นเทวดามากกว่าเป็นผี ผีฟ้าจึงเป็นผีที่อยู่ระดับสูง
กว่าผีชนิด อื่นๆ ส่วนแถนนั้น มีความเชื่อว่าเป็นคำเรียกรวมถึงเทวดา และแถนที่ใหญ่ที่สุดคือ “แถนหลวง” ซึ่งเชื่อว่าเป็นพระอินทร์ ผีฟ้าหรือผีแถนนั้นแต่ละพื้นที่มีการเรียกที่แตกต่างกันไป และมีความเชื่อว่า ผีฟ้า นั้นสามารถที่จะ ดับยุคเข็ญหรือทำลายล้างอุปสรรคทั้งปวงได้ และสามารถที่จะช่วยเหลือมนุษย์ที่เดือดร้อนได้ การที่มนุษย์เกิด การเจ็บป่วยนั้นเนื่องจากไปละเมิดต่อผี การละเมิดต่อบรรพบุรุษ การรักษาต้องมีการเชิญผีฟ้ามาสิงสถิตอยู่ในร่าง
ของคนทรง เรียกว่า “ผีฟ้า นางเทียน”

ในการลำผีฟ้าของชาวอีสานนั้นมีองค์ประกอบ ทั้งหมด ๔ ส่วนคือ หมอลำผีฟ้า หมอแคน ผู้ป่วย และเครื่องคาย ความเชื่อของชาวอีสานเชื่อว่า ผีฟ้าสามารถที่จะกำหนดการเกิดการตายของมนุษย์ได้ การที่มนุษย์ตายไปขวัญจะออกจากร่าง เพื่อไปพบบรรพชน แต่ขวัญจะไม่แตกดับเหมือนร่าง เป็นเพียงการจากไปของร่างแต่วิญญาณยังคงอยู่กับผู้มีชีวิต

สาเหตุที่มีการฟ้อนรำกันนั้น ก็เพื่อเป็นการทำให้คนไข้มีพลังจิตในการต่อสู้กับการเจ็บป่วย มีอารมณ์ผ่อนคลาย ความตึงเครียด จิตใจปลอดโปร่ง ไร้วิตกกังวล และสร้างจิตสำนึกด้านความ
กตัญญู เป็นคตินิยมของวัฒนธรรมไทย ซึ่งได้สืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็น ประเพณี จะเห็นว่าผีฟ้านั้น เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมนุษย์ โดยมีคติเตือนใจว่า “คนไม่เห็น ผีเห็น”

ฟ้องผีฟ้าจังหวัด ชัยภูมิ
ช่วงเวลา นิยมจัดเป็นงานประจำปีในเดือน ๕ (ประมาณเดือนเมษายน)

ลักษณะความเชื่อ
ฟ้อนผีฟ้า เป็นการเซ่นสรวงต่อผีฟ้า “พญาแถน” หรือเทวดาที่สถิตอยู่บนท้องฟ้าเพื่อขอความเป็นสิริมงคล อัญเชิญท่านเข้าร่างทรงให้ลงมาช่วยปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัยแก่ชาวบ้านที่มา ชุมนุมในพิธี นอกจากนี้เพื่อเชิญเจ้าเข้าทรงรักษาอาการเจ็บไข้ของผู้ป่วยเป็นราย ๆ ไป

ความสำคัญ
การฟ้อนผีฟ้าของชาวชัยภูมิ นิยมจัดเป็นงานประจำปียิ่งใหญ่ในเดือน ๕ (ประมาณเดือนเมษายน) เช่น ศาลเจ้าพ่อพระยาแล บ้านหนองปลาเฒ่า ศาลเจ้าพ่อด้วงที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน และที่ภูพระ พระเจ้าองค์ตื้อวัดศิลาอาสน์ ตำบลนาเสียว ห่างจากอำเภอเมือง ๑๔ กิโลเมตร

พิธีกรรม
ผู้ฟ้อนผีฟ้ามีทั้งชายและหญิงเป็นผู้สูงอายุแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง แบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ละ ๑๔-๑๕ คน คนเป่าแคนหนึ่งคน เมื่อพร้อมจะนำเครื่องเซ่น ได้แก่ หมากเบ็ง หรือพานบายศรี ดอกไม้ ธูปเทียน ผ้าไตร จีวร แป้งหอม น้ำอบไทย อาหารคาว-หวาน ซึ่งประกอบด้วยข้าวเหนียว ไข่ต้ม และของกินพื้นเมือง นำไปตั้งบูชา นำดาบที่สะพายติดตัวมา ๓-๔ เล่ม วางรวมกัน จุดธูปเทียน ผู้นำทำพิธีเป็นแม่ใหญ่หรือคุณยายซึ่งเรียกว่า หมอทรง หรือนางทรง หรือนางเทียม นำสวดมนต์อาราธนาศีล รับศีลห้า กล่าวขอขมาลาโทษที่รบกวนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขออัญเชิญเจ้าผู้เป็นใหญ่ให้มาเข้าทรงเอาแป้งโรยไปบนเครื่องเซ่น แจกแป้งหอม และน้ำอบไทย ทากันทั่วทุกคน การฟ้อนรำแบบง่าย ๆ ต่างคนต่างรำ บางคนกระทืบเท้าให้จังหวะตามเสียงแคน โดย
ฟ้อนเป็นวงกลมเวียนไปทางขวามือของหมอแคน คนฟ้อนจะหยุดเมื่อแคนหยุดเป่าและจะเดินไปกราบที่เจ้าพ่อพระยาแล


สาระ
เป็นการเซ่นสรวงต่อผีฟ้า “พญาแถน” หรือเทวดาที่สถิตอยู่บนท้องฟ้า เพื่อขอความเป็นสิริมงคล อัญเชิญท่านเข้าร่างทรงให้ลงมาช่วยปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัยแก่ชาวบ้านที่มาชุมนุมในพิธิ

…………………………………………….

ขอขอบคุณที่มา : http://www.baanmaha.com / และรูปภาพจากอินเทอร์เน็ต

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

Related posts: