ช้างสามเศียรเอราวัณ สมุทรปราการ โดยนายมหาทอง

ในเรื่องรามายณะ และ ความเชื่อของศาสนาฮินดู กล่าวถึงพระอินทร์มีร่างสีเขียว มีพาหนะเป็นช้าง ๓ เชือก เชือกหนึ่งพระศิวะเป็นผู้ประทานให้ชื่อว่า เอราวัณ เชือกหนึ่งพระพรหมป็นผู้ประทานให้ชื่อว่า คีรีเมขล์ไตรดายุค และอีกเชือกหนึ่งพระวิษณุเป็นผู้ ประทานให้ชื่อว่า เอกทันต์ ช้างเอราวัณเป็นช้างที่มีพละกำลังมากที่สุดในหมู่ ช้างทั้ง ๓ เชือก และเป็นที่โปรดปรานมากที่สุด ของพระอินทร์ เชื่อกันว่าช้างเชือกนี้เป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง เมื่อพระอินทร์ต้องการจะเสด็จ ไปไหนเอราวัณเทพบุตร ก็จะแปลงกายเป็นช้างเผือก ขนาดสูงกว่าภูเขาเอเวอร์เรสต์ มี ๓๓ เศียร แต่ละเศียรมีงา ๗ งา งาแต่ละงายาวถึง ๔ ล้านวา

จำนวนสิ่งมีชีวิตที่เหลือเชื่อในช้างเอราวัณ

งาแต่ละงามีสระบัว ๗ สระ แต่ละสระมีดอกบัว ๗ ดอก แต่ละดอกมีกลีบ ๗ กลีบ มี ๗ เกสร แต่ละเกสรมีปราสาทอยู่ ๗ หลัง ปราสาทแต่ละหลังมี ๗ ชั้น แต่ละชั้นมี ๗ ห้อง แต่ละห้องมี ๗ บัลลังค์ แต่ละบัลลังค์มีเทพธิดาสถิต ๗ องค์ เทพธิดาแต่ละองค์มีบริวาร องค์ละ ๗ นาง เทพธิดาบริวารแต่ ละนางมีนางทาสีนางละ ๗ ทาสี รวมทั้งนางเทพอัปสรทั้งหมดประ มาณ ๑๙๐,๒๔๘,๔๓๓ นาง เทพธิดา บริวารรวมกันทั้งหมดประมาณ ๑๓,๓๓๑,๖๖๙,๐๓๑ นาง เศียรทั้ง ๓๓ ของช้างเอราวัณมีอุเปนทเทพยดา สถิตเศียรละ ๑ องค์ โดยปกติศิลปินไทยมักจะทำช้าง เอราวัณ เป็นช้าง ๓ เศียร(เพราะว่าทำไม่ถึง 33 เศียรแน่นอน)

เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 ต.ค 2537  โดยจุดประสงค์ในการสร้างก็เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาศิลปวัตถุ และโบราณวัตถุที่คุณเล็กเก็บสะสมมานาน และพื้นที่รอบๆ จะจัดให้เป็นสวนขนาดใหญ่เพื่อให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจ

ลักษณะเด่นของช้างสามเศียรก็คือวัสดุที่ใช้ทำผิวช้าง ทำจากทองแดงบริสุทธิ์ สาเหตุที่ใช้ นอกจากความคงทนแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปทองแดงจะมีสนิมสีเขียวจับ ทำให้ผิวมีลวดลายขึ้นมา  ส่วนการสร้างใช้วิธีเคาะขึ้นรูป โดยคุณรักชาติ ศรีจันทร์เคนได้คิดค้นวิธีนี้ขึ้นมา จึงทำให้พิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียรนี้เป็นปฏิมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะด้วยมือเป็นแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ใครที่ยังไม่เคยไป เป็นอีกสถานที่ ที่น่าจะไปเยี่ยมชมและไหว้ขอพรช้างเอราวัณ พี่มหาทองได้ไปได้ไปมาแล้วครับ ขอบอกว่าสถานที่รมรื่นมากๆครับเหมาะพาครอบครัว เพื่อนและคนรักไปมากครับ

หมายเหตุ:ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.oknation.net

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

Related posts: