มีความเชื่อหนึ่งที่มักจะพาดผ่านเข้ามาในชีวิตของคนทุกคน แม้ว่าคุณจะยินดียินร้ายกับมันหรือไม่ก็ตามแต่ แต่ความรู้สึกนั้นก็จะเข้ามาในชีวิตจงได้ เพราะนี่เป็นเรื่องของช่วงอายุวัย 25 ปี หรือที่เราเรียกว่ามันคือวัย “เบญจเพส” นั่นเอง

ช่วงอายุ 25 ปี เป็นเป็นตัวเลขที่ทำให้หลายคนรู้สึกกังวลเมื่อใกล้จะเข้าสู่ตัวเลขนั้น เพราะเป็นช่วงวัยที่มักประสบกับเรื่องร้ายๆ อุบัติเหตุ เภทภัยต่างๆ นานา เข้ามาโถมใส่ในชีวิต แม้จะมีคนบอกว่า ไม่ทุกคนที่จะเคราะห์ร้าย อาจจะเป็นช่วงที่เคราะห์ดีที่สุดก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร ความกลัวก็ยังทำให้คนเชื่อว่าเมื่อย่างเข้าสู่อายุ 25 ปี จะต้องเผชิญกับเรื่องราวเลวร้ายอยู่วันยังค่ำ

ตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์นั้นจะแบ่งช่วงวัยของมนุษย์ออกเป็นส่วนๆ คือ 1- 8 นับเป็นกุมาร  9 – 16 นับเป็นทารกวัย (วัยรุ่น) 17 – 25 นับ เป็นมาณพ(วัยหนุ่ม) เมื่อชายใดใช้ชีวิตมาถึงปีที่ 25 ตามภาษาของคัมภีร์พฤติศาสตร์เรียกว่า ‘ต้องเบญจเพส’ หมายถึงการเข้าถึงโชคและเคราะห์อันแรงกล้า ส่วนจะเป็นโชคหรือเคราะห์ ก็ต้องดูว่าลงล็อกใดใน ‘เพส 5’ อันได้แก่ เทวะ มนุษย์ เดรัจฉาน เปรต หรือ อสุรกาย หากดวงตกเทวะ ก็จะได้ลาภยศ หากตกมนุษย์ ก็ปานกลาง หากตกเดรัจฉาน คือป่วย หนัก หากตกเปรตก็ถึงตาย หากตกอสุรกายก็อาจพิกลพิการ เช่นนี้เป็นต้น  และในปัจจุบันความเชื่อในอาถรรพ์เบญจเพสไม่ไช่เฉพาะผู้ชาย อย่างเช่นในสมัยโบราณแล้ว แต่รวมไปถึงผู้หญิง และยังรวมไปถึงช่วงอายุที่ลงท้ายด้วยเลข 5 เช่น 25 35 45 อีกด้วย บ้างก็ว่าอาจจะมีอิทธิพลในช่วงอายุตั้ง 23-26 ปีเลยด้วยซ้ำ บางคนถึงกับเตรียมทำบุญกันตั้งแต่อายุได้ 20 กว่าๆ  เพื่อคาดว่าเคราะห์ร้ายจะบรรเทาเมื่อเข้าสู่เบญจเพสจริงๆ

อย่างที่บอกแล้วว่าเบญจเพส ไม่ได้หมายถึงเรื่องเลวร้ายเสมอไป อาจจะเป็นเรื่องดีมากที่สุดก็ได้ ยกตัวอย่างตำราที่กล่าวถึงผู้ที่เกิดวันต่างๆ เมื่อเข้าสู่วัยเบญจเพส ว่ามีแนวโน้มต้องเจอกับเรื่องแบบใดบ้าง

เกิดวันอาทิตย์ : ช่วงหกเดือนแรกต้องระวังปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทางสายตา โรคหัวใจ รวมถึงจะมีผู้ใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดคดีความสายตามีปัญหา จะเป็นโรคลมโรคหัวใจ พอถึงหกเดือนหลังปัญหาจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

เกิดวันจันทร์ : ช่วงหกเดือนแรกจะเป็นที่ถูกตาต้องใจของเพศตรงข้าม มีเกณฑ์ได้พบเนื้อคู่ จะทำสิ่งใดจะได้รับการอุปถัมภ์อุ้มชูจากผู้ใหญ่ มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมีเกณฑ์ได้รับเงินก้อนโต ช่วงหกเดือนหลังจะมีเรื่องวุ่นวายจากเพศตรงข้าม อาจเกิดรักซ้อนขึ้นมาได้

เกิดวันอังคาร : เกิดการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาล

เกิดวันพุธ(ทั้งกลางวันและกลางคืน) : หกเดือนแรกต้องตกระกำลำบากเหน็ดเหนื่อย มีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายถิ่นที่อยู่ ผิดพลาดด้านงานเอกสาร มีการสูญหายหรือเสียหาย หกเดือนสุดท้ายปัญหาจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

เกิดวันพฤหัสบดี : หกเดือนแรกจะมีผู้ให้การช่วยเหลืออุปถัมป์ ถ้ามีการเจ็บป่วยอยู่ก็จะหายดี อาจจะมีการโยกย้ายไปอยู่แดนไกล หกเดือนสุดท้ายต้องระวังจะมีเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ ในช่วงนี้ต้องจึงต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ดี

คนเกิดวันศุกร์ : ระวังมีคดีความ จะมีเรื่องวุ่นวายในชีวิต เกิดภาระหนี้สิน เป็นหม้าย ครอบครัวไม่มีความสุข (ต้องหมั่นฝึกทำสมาธิให้มากจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้)

คนเกิดวันเสาร์ : ต้องพลัดพรากไปใช้ชีวิตในแดนไกล ระวังจะเรื่องทำผิดศีลธรรมถ้าเป็นหญิงมักจะเสียสาวหรือตกเป็นมือที่สาม ถ้าเป็นชายระวังจะเป็นชู้กับผู้อื่น

ตามสถิติที่มีคนมาพูดปากต่อปาก เรามักได้ยินเรื่องราวเหล่านี้อยู่หนาหู บางคนประสบอุบัติเหตุ บางคนตกงาน บางคนเป็นหม้ายพ่ายรัก เป็นหนี้เป็นสิน เจ็บป่วยไข้ และบางคนก็ย่ำแย่ไปเสียทุกเรื่องเลยทีเดียว ร้ายที่สุดบ่อยครั้งที่มีข่าวการตายของคนวัย 25 เสียด้วย และเนื่องจากตัวอย่างอันน่ากลัวเหล่านี้ ทำให้คนที่กำลังจะมีอายุครบ 25 ปี ยิ่งรู้สึกกลัว  และอดจะเชื่อเสียมิได้ว่ามันจะต้องเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองสักอย่าง  บางคนหาทางออกด้วยการพึ่งพาพระเจ้าหรือเข้าวัดทำบุญบ้าง บางคนก็บวชเสียเลย กระทั่งไปพึ่งพาหมอดูผู้พยากรณ์ชีวิตทั้งหลาย อย่างหลังนี่ค่อนข้างอันตราย เพราะเหล่าหมอดูมักหากินกับความกลัวของคนอยู่ร่ำไป บอกให้ทำอะไรเพื่อแก้เคล็ด หรือสะเดาะเคราะห์ก็ไม่อาจขัด เนื่องจากความกลัว

ถ้าเรามองในแง่ความเชื่ออาจจะหาข้อยืนยันไม่ได้ว่าทำไม คนที่อายุย่างเข้าวัย 25 ปี ถึงได้ประสบเคราะห์กรรมต่างๆ มากมายนัก ทั้งๆ ที่แต่ละคนก็คงจะผ่านช่วงอายุนั้นมาแล้ว และมีเปอร์เซ็นต์ความเชื่อที่มากหรือน้อยอยู่ในใจของตัวเองอยู่ แต่ถ้าคิดให้เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น วัยของคนอายุยี่สิบกว่าๆ เป็นช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อของความเป็นวัยรุ่นกับวัยผู้ใหญ่ เป็นการเริ่มต้นของใครหลายๆ คน บางคนเพิ่งจบการศึกษา บางคนเพิ่งได้เข้าสู่วัยทำงาน บางคนเพิ่งเริ่มการมีครอบครัว เป็นไปได้ไม่น้อยว่าการเริ่มต้นใช้ชีวิตที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น อาจจะนำมาซึ่งการก้าวผิดพลาด ล้มลุกคลุกคลานอยู่บ้าง และความเครียดของคนที่เริ่มมีความคิดที่ต้องแปรเปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ก็อาจนำพาไปสู่โรคภัยต่างๆ ก็เป็นได้  คนโบร่ำโบราณจึงอาจจะใช้ความเชื่อเหล่านี้ สอนให้คนหนุ่มสาววัยคะนองรู้จักระมัดระวังตัวในการดำเนินชีวิตมากขึ้น เพราะเป็นวัยที่ต้องคิดต้องทำ ต้องเริ่มต้นอะไรหลายๆ อย่าง  หรือถ้ายังไม่กล้าที่จะคิดทำอะไร ก็ให้ใช้ช่วงเวลานี้ในการบวชเรียนทำจิตใจให้สงบเสียก่อน เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชายหนุ่มวัยเบญจเพส คิดที่จะบวชเรียนเสียก่อนจะทำการใดๆ

ไม่ว่าอาถรรพ์เบญจเพสจะเป็นเรื่องที่ควรเชื่อหรือไม่ อย่างน้อยเราก็ไม่ควรประมาทในการใช้ชีวิตแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว ความเชื่อบางอย่างที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน บางทีมันก็ย่อมมีเหตุผลที่ทำให้มันยังคงอยู่  จะผิดอะไรไหมหากคนที่เข้าสู่อายุ 25 ปี จะตั้งสติตัวเองให้มากขึ้น ใช้ชีวิตอย่างไม่ปล่อยปะละเลย ไตร่ตรองกับการตัดสินใจอะไรในชีวิต ไม่ต้องกลัวหรอกว่าใครเขาจะหาว่าเรางมงาย เพราะชีวิตเป็นของเรา จะพลาดหรือไม่เราเป็นคนกำหนด อย่าโทษว่าถึงคราวต้องเบญจเพส หรือเคราะห์กรรมอะไรเลย ที่สำคัญที่สุดคือใช้ชีวิตอย่างรอบคอบตลอดเวลา ไม่เพียงผ่านพ้นเลข 25 ไปแล้วเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก www.praphansarn.com

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

Related posts: