ตำนาน 12 นักษัตร ตอนที่ 3 (จบ) โดยพี่ดวงเฮง

ราศีกรกฏ-cancer

ในงานทั้ง 12ของเฮอร์คิวลิส มีอยู่งานหนึ่งคือไปกำจัดไฮดร้า(Hydra) ซึ่งเป็นงูยักษ์มี 9 หัว ส่วนเจ้าปูที่ว่านี่แม้แต่ชื่อก็หาไม่เจอและไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย แต่ก็ถูกเฮอร์คิวลิสที่กำลังต่อสู้อยู่เหยียบโดยไม่รู้ตัว แล้วเทพีเฮร่าซึ่งไม่ชอบเฮอร์คิวลิสอยู่แล้วก็เลยทำให้กลายเป็นกลุ่มดาว<ไปพร้อมไฮดร้าด้วย (แบบว่าไม่รู้ตัวอยู่ ๆ ก็ได้กลายเป็นดาว)

แต่อีกที่บอกว่า เจ้าปูยักษ์ตัวนี้เป็นเพื่อนกับไฮดร้า เมื่อครั้งไฮดร้าสู้กับเฮอร์คิวลิสก็พยายามช่วยโดยหนีบขาเฮอร์คิวลิสไว้ แต่ก็ถูกเฮอร์คิวลิสเหยียบตายจนได้ เทพีเฮร่าเห็นก็เกิดประทับใจในความรักเพื่อน(+ขอบใจที่ช่วยหนีบขาเฮอร์คิวลิส) จึงทำให้เจ้าปูยักษ์ขึ้นไปเป็นหมู่ดาวบนฟ้า

ตำนานราศีเมถุน-gemini

คาสเตอร์ (Castor) กับพอลลักซ์ (Pollux) เป็นฝาแฝดก็จริง แต่ไม่ใช่แฝดสอง แต่จริง ๆ แฝดสี่ แถมเป็นแฝดคนละไข่อีกด้วย (ที่ว่าเป็นคนละไข่น่ะ ไข่จริง ๆ นะ)

เรื่องมีอยู่ว่า ซีอุสเกิดไปหลงรักนางเรดา มเหสีของพระราชาไทนดาริอุส(Tyndareus) แห่งเมืองสปาร์ต้า ซีอุสจึงวางแผนกับเฮอร์เมส ให้เฮอร์เมสแปลงกายเป็นอินทรีให้ไล่ตามตัวเองซึ่งแปลงกายเป็นหงส์ขาว (ซึ่งว่ากันว่ากลุ่มดาวหงส์หรือ Cygnus ก็คือรูปร่างของซีอุสที่กลายเป็นหงส์ขาวนี่เอง) เมื่อนางเรดาเห็นดังนั้นจึงเข้าไปช่วยโอบกอดหงส์ขาวไว้แล้วไล่อินทรีไป แล้วไม่นานนักนางเรดาก็คลอกลูกออกมาเป็นไข่สองใบ (บางก็ว่าใบเดียว) และในไข่แต่ละใบ ก็มีฝาแฝดชายหญิงอย่างละคู่อยู่ ได้แก่ คาสเตอร์กับคลิเทมเนสตร้า(Clytemnestra)ในไข่ใบแรก และ พอลลักซ์กับเฮเลน (Helen) ในไข่ใบที่สอง (ซึ่งนางเฮเลนที่ว่านี้ ก็คือนางเฮเลนที่เป็นต้นกำเนิดของการล่มสลายของเมืองทรอยนั่นเอง)

คาสเตอร์กับพอลลักซ์เป็นพี่น้องที่รักกันมาก แต่ทว่าคาสเตอร์นั้นเป็นลูกของไทนดาริอุสที่เป็นมนุษย์จึงไม่ได้เป็นอมตะ ผิดกับพอลลักซ์ที่เป็นบุตรของซีอุสจึงไม่แก่ไม่ตาย คาสเตอร์และพอลลักซ์ (สองคนเรียกรวมกันว่าดีออสคอยส์ : Dioscuri) ซึ่งทั้งสองก็เป็นผู้กล้าที่มีชื่อเสียงมาก โดยได้เคยรวมเรืออาร์โก้ไปกับเจสันเพื่อเอาขนแกะทองคำด้วย

เรื่องเล่าเกี่ยวกับการตายของคาสเตอร์มีอยู่ว่า ทั้งสองได้ไปร่วมงานแต่งงานระหว่างคู่ฝาแฝดชายนามว่าอิดัส (Idas)และไลนเซอุส(Lynceus) กับฝาแฝดหญิงคือนางฟีเบ (Phoebe) และนางฮิลาเอย์ร่า (Hilaeira) ไม่รู้ว่าเมาอะไร คาสเตอร์กับพลอลักซ์กลับไปฉุดเอาเจ้าสาวทั้งสองมา ทำให้เกิดการต่อสู้กับอิดัสและไลนเซอุส ส่งผลให้คาสเตอร์ตาย (อิดัสกับไลนเซอุสก็ตายด้วย) พอลลักซ์เศร้าเสียใจมาก แต่ด้วยว่าตนเป็นอมตะไม่สามารถตายร่วมกับคาสเตอร์ได้ จึงร้องขอกับเหล่าเทพว่า ให้ตนสามารถแบ่งความเป็นอมตะแก่คาสเตอร์ หลังจากนั้นทั้งสองจึงอยู่บนสวรรค์ 1 วันและจะไปอยู่ในแดนแห่งความตาย 1 วัน สลับกันไป (บ้างก็ว่าครึ่งวัน บ้างก็ว่า 1 ปี) ซีอุสเห็นแก่มิตรภาพของทั้งสองจึงทำให้เกิดกลุ่มดาวราศีเมถุนขึ้นมา

ตำนานราศีพฤษภ-taurus

วันหนึ่งนางยูโรป้า เจ้าหญิงแห่งเมืองฟินิเชียน (Phoenician) ผู้มีความงามเป็นหนักหนา ออกไปเดินเล่นที่ทุ่งหญ้า (บางก็ว่าริมชายหาด) ก็ได้เห็นวัวสีขาวรูปร่างกำยำงดงามเป็นที่สุดตัวหนึ่ง เจ้าวัวตัวนี้เชื่องสนิทและยังมีท่าทีเป็นมิตรผิดกับท่าทีที่น่าเกรงขามของมัน นางก็เลยตายใจขึ้นเข้าไปลูบไล้และในที่สุดก็ขึ้นขี่หลังวัวตัวนั้น

เมื่อนางขึ้นขี่หลังวัวตัวนั้นก็ออกวิ่งผ่านน้ำข้ามทะเลไม่ยอมให้นางลงจากหลังจนไปถึงเกาะครีต (Crete) ซึ่งจริง ๆ แล้ว วัวตัวนี้ก็คือซีอุสแปลงกายมา ด้วยว่าซีอุสเกิดหลงรักนางยูโรป้าจึงแปลงกายเป็นวัวมาลักพาตัวนาง และหลังจากนั้น นางยูโรป้าก็คลอดบุตรสามคนซึ่งได้แก่ มินอส (Minos) ลาดามันติส (Rhadamanthys) และซาร์เพดอน(Sarpedon)

ซึ่งกลุ่มดาวราศีพฤษกก็คือรูปร่างของซีอุสเมื่อยามแปลงกายเป็นวัวที่ซีอุสทำไว้เป็นที่ระลึก และชื่อของทวีปยุโรป ก็ว่ากันว่าเอามาจากชื่อของนางยูโรป้านี่เอง

ตำนานราศีเมษ-Aries

ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องเจสันกับขนแกะทองคำ (ไม่แน่ใจว่าเรื่องชื่อหนังเหมือนกัน อาจจะเป็น อภินิหารขนแกะทองคำก็ได้นะ) คงจำขนแกะที่แขวนอยู่บนต้นไม้แล้วมีสัตว์ประหลาดเฝ้าอยู่ได้ ก็แกะตัวนั้นแหละที่เป็นที่มาของกลุ่มดาวราศีเมษ แต่เรื่องของต้นกำเนิดของกลุ่มดาวเป็นเรื่องก่อนหน้าที่เจสันจะเดินทางไปเอาขนแกะ ตามที่เอามาสร้างเป็นหนังให้ดู (แต่บางตำนานก็ว่า กลุ่มดาวราศีเมษมาจากตอนของเจสันนี่ล่ะ แต่เรามาพูดถึงตอนที่แกะมันยังเป็นตัวดีกว่า)

เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าชายพริซัส (Phrixus) และเจ้าหญิงเฮเล่ (Helle) บุตรฝาแฝดของพระราชาอาธามัส (Athamus)และเนเพเล่ (Nephele:เป็นนิมส์เมฆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่าเป็นภูตประเภทหนึ่ง แต่บางก็ว่าเป็นเทพีที่ซีอุสสร้างขึ้นเลียนแบบเทพีเฮร่า) แต่ต่อมาอาธามัสก็ทิ้งนางไปแต่งงานกับนางไอโน่ (Ino) ซึ่งนางไอโน่นั้นเมื่อคลอดลูกของตัวเองออกมา ก็รู้สึกไม่ชอบใจลูกเลี้ยงทั้งสองของตนเองจึงคิดจะวางแผนฆ่า โดยให้พวกผู้หญิงที่มีหน้าที่เป็นคนหว่านเมล็ดพันธุ์พืชเอาเมล็ดไปล่นไฟ ทำให้เมล็ดไม่สามารถเพาะปลูกได้ เกิดเป็นภัยแล้งขึ้นราชาอาธามัสจึงไปปรึกษากับนักบวช(ซึ่งแน่นอนนางไอโน่ซื้อตัวไปแล้ว) และนักบวชก็แนะนำว่า จะต้องสังเวยบุตรฝาแฝดทั้งสองต่อเหล่าเทพแล้วการเพาะปลูกจะอุดมสมบูรณ์เช่นเดิม ราชาอาธามัสได้ฟังเช่นนั้นก็ให้ทุกคนจัดแจงเตรียมงานสังเวยขึ้นทันที แต่ทว่าเนเพเล่เมื่อรู้เรื่องเข้าก็ไปร้องขอต่อซีอุสให้ช่วย เทพซีอุสจึงส่งแกะที่มีขนเป็นทองคำมาให้แก่เนเพเล่ ให้ลูกทั้งสองขึ้นหลังแกะแล้วหนีไป

ทว่าระหว่างทางที่หนีอยู่นั้น แกะบินสูงเกินไป เจ้าหญิงเฮเล่เกิดหน้ามืดตกลงจากหลังแกะไปในทะเล และเสียชีวิตลง ส่วนเจ้าชายพริซัสนั้นมาถึงเมืองคอลคิส (Colchis) โดยปลอดภัย และพระราชาอาเอเตส (Aeëtes) ก็ไห้การต้อนรับเป็นอย่างดี แต่พริซัสกลับทำสิ่งที่น่าตกใจคือฆ่าแกะที่ช่วยพาตัวเองหนีมาทิ้ง แล้วยกขนทองคำให้พระราชาอาเอเตส (ไม่รู้ว่ามันทำเพื่อแก้แค้นในน้องสาวหรือเปล่านะแต่สงสารแกะชะมัด) แต่บ้างก็ว่าที่ฆ่าทิ้งเพราะจะสังเวยให้แก่เทพซีอุส (แต่เดิมมันก็เป็นของซีอุสอยู่แล้วนี่หว่า แล้วทำไมไม่คืนให้ทั้งตัวไปเลยฟะ) แล้วราชาอาเอเตสก็เอาขนแกะไปแขวนไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ในป่า และให้มังกรที่ไม่หลับไม่นอนเฝ้าเอาไว้ ส่วนเรื่องหลังจากนั้นกาดูจากตอนของเจสันได้

แล้วยังมีอีกเรื่องเล่าหนึ่งที่ว่าเป็นต้นกำเนิดของกลุ่มดาวราศีเมษ คือ เมื่อครั้งที่เหล่าเทพจัดงานสังสรรค์ที่ริมแม่น้ำไนล์ตอนที่กำลังครื้นเครงกันสุด ๆ อยู่ ๆ เจ้าสัตว์ประหลาดนามว่าไทพ่อน(Typhon) ก็โผล่ออกมา เหล่าพวกเทพต่างตกใจก็เลยแปลงร่างเป็นสัตว์วิ่งหนีกันไป โดยซีอุสแปลงร่างเป็นแกะแล้ววิ่งหนีไป ซึ่งราศีเมษก็คือรูปร่างของซีอุสเมื่อยามเป็นแกะนั่นเอง

 …
ขอขอบคุณที่มา http://www.tumnandd.com/ และรูปภาพจาก wikipedia
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: +1 (from 1 vote)